สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

โซเชียล

ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จากกรณีการ สลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ซึ่งเจ้าหน้าที่นำกำลังประชิดกลุ่มผู้ชุมนุม

และประกาศให้ผู้ชุมนุมถอยออกไป ก่อนจะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ฉีดน้ำสีฟ้าใส่ผู้ชุมนุมจนต้องถอยร่นออกไป

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

ต่อมาก็ได้ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มประชาชนที่ออกไปชุมนุม ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ลาออกจากตำแหน่ง

โพสต์เล่าเหตุการณ์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถสลายการชุมนุมฉีดน้ำเข้าใส่จนได้รับบาดเจ็บ ที่สี่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ความว่า….

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

“ที่เจ็บปวดไม่ใช่ร่างกาย แต่เจ็บใจที่ต้องเห็นการกระทำอันหยาบช้าของเผด็จการ กลับมาแล้วหลังจากหายไปตั้งแต่เย็นวันศุกร์ มีเรื่องราวมากมายที่ไม่มีใครได้ฟัง พร้อมเล่าแล้วค่ะ

เราหาทางไปม็อบที่แยกปทุมวันจนได้ ผ่านการเดินลัดเลาะไปตามทางที่พออ้อมไปได้ เจอคนไม่รู้จักระหว่างทาง เป็นคนจากต่างจังหวัด สอบถามได้ความว่าเป็นคุณลุงคุณป้าเสื้อแดงมาจากสุราษฎร์และเชียงราย เขาขอเดินตามเรามาเพราะไม่รู้ทางเหมือนกัน เราก็พากันเดินมาถึงจนได้ เกือบๆ 7 โล

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

พอมาถึงตอนแรกเราอยู่ตรงร้านโนบิชา (ตรงข้ามMBK) แวะนั่งพักนึงก่อนออกไปดูสถานการณ์ ตอนนั้นมีรถน้ำมาแล้วแต่ยังไม่ฉีด ก็เตรียมตัวกัน เราก็บอกทุกคนที่มาด้วยกันว่า

เดี๋ยวเราดูตรงนี้ก่อน เพราะตรงที่เราอยู่มีเด็กนร. ค่อนข้างเยอะที่หลายส่วนทยอยออกมาเพราะว่าผู้ใหญ่ให้เอาเด็กออกมาก่อน เราก็คอยยืนดูอยู่ตรงนั้น แล้วก็เดินลงถนนมาเพราะมีคนบอกว่าเดี๋ยวไปจุฬากันเราก็เตรียมที่จะลงไปเดินเพื่อไปจุฬา

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

จังหวะตอนนั้นเองที่คนเริ่มชุลมุนเพราะมีการเดินกลับไปกลับมา เพราะตร. จะสลายการชุมนุมจริงๆ เริ่มมีคนโยนร่มลงมาจากด้านบนสกายวอล์ก เราเห็นยังมีเด็กนร.อีกหลายคนที่อยู่ใกล้ๆ เวทีและไม่มีร่มเพราะทุกคนต้องส่งร่มไปข้างหน้า เราเลยวิ่งไปหน้าน้องผญ คนนึงที่ใส่แต่เสื้อกันฝนบางๆ เอามือกุมหน้าอยู่

เราคว้าร่มที่มีคนโยนลงมาอันนึงและบอกน้องให้หยิบร่มจากในกระเป๋าเราออกมากาง น้องหยิบร่มออกมาได้เราก็กำลังจะหันมาเอาร่มกางกันตัวเอง ยังหันไม่ทั้งตัวก็ล้มไปเลย เพราะแรงกระแทกของน้ำที่แรงมาก มากชนิดที่ไม่รู้จะเอาอะไรมายกตัวอย่างให้เข้าใจดี

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

เพราะชีวิตก็ไม่เคยเจอน้ำแรงขนาดนี้ และประกอบกับตอนคุยกับน้องเราดึงแมสลงด้วยเพราะหายใจไม่ออก ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนน้ำเข้าจมูกนิดนึงแต่ยังไม่มีอะไร เพราะล้มลงแล้วต้องหลบให้มากที่สุด

พอเราล้มลงก็ทำได้แค่ดึงมือน้องนร.บอกให้หมอบลงอย่าวิ่ง และพยายามกางร่มเท่าที่จะกางได้ หลังจากนั้นก็อยู่ใต้ร่มไม่เห็นอะไรอีกจนมีคนตะโกนว่าไปจุฬาประตูใหญ่ และน้ำหยุดฉีดแล้ว

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

เราหุบร่มแล้วดึงน้องวิ่ง วิ่งแบบวิ่งไม่คิดชีวิตเลย วิ่งไปร้องไห้ไปทั้งเราทั้งเด็กนร. จนมาถึงจุฬา เราส่งน้องเข้าไปและตัวเองนั่งแป้บนึงเพราะรู้สึกเวียนหัวเหมือนจะอาเจียน เลยขอนั่งแล้วเอาน้ำล้างหน้าก่อน

แต่กลายเป็นว่าพอเราก้มหน้าล้างหน้า เราอาเจียนออกมาเลย แล้วเงยหน้าไม่ได้อีก ได้ยินมีคนถามว่าไหวมั้ย เราก็โบกมือ แล้วก็เห็นเป็นพี่วินมอไซต์คนนึงบอกว่าเดี๋ยวพาออกไปก่อน ไปรพ.เลยๆ แล้วก็มีคนดึงเราขึ้นนั่งบนมอไซต์ ซึ่งตอนแรกจะพาเราเข้ารพ.แห่งหนึ่งในย่านนั้น

แต่.. ใช่ค่ะ รพ. นั้นเขาไม่รับค่ะ เป็นที่ทราบกันดีแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัว ปิดรพ.ไม่รับพวกเธอเพื่อรักษา

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

(*** ขออีดิทเพื่อแอดอัพความเข้าใจตรงนี้นะคะ คือตอนเราเขาไม่ให้ผ่านด้วยซ้ำ และพี่วินคนนี้ก่อนหน้าที่จะมารับเราก็คือเขาไปส่งคนอื่นมาก่อนแล้ว เขาเล่าให้เราฟังค่ะว่าคนนั้นเค้าพาเข้าไปถึงแล้ว จนทบอกว่าคนไข้เต็มให้ไปที่อื่นค่า)

พี่วินขี่มาถึงเพลินจิต ร้านก็ปิดหมด เขาพาเราขึ้นมาบีทีเอสเพื่อขอใช้ห้องน้ำ ตรงนี้ต้องขอบคุณพนง.และแม่บ้านสถานีนี้มาก พาเราเข้าห้องน้ำ ล้างตัวและหาเสื้อให้เปลี่ยน เรายังอาเจียนไม่หยุดและไม่มีแรงเลย อยู่ที่นั่นเกือบสองชม.ได้ ถึงโอเคขึ้น

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

พี่วินคนเดิมพาเรามาส่งที่พัก เราขึ้นมาได้พักเดียวก็เวียนหัวอาเจียนขึ้นมาอีกจนต้องโทรให้นิติเรียกรถพาไปรพ. เลยจบที่ต้องแอดมิดรพ.เนื่องจากมีอาการเลือดออกในช่องท้อง มีรอยช้ำบริเวณกระเพาะอาหารจากแรงดันของน้ำและคลื่นไส้อาเจียนจากการที่ร่างกายได้รับสารพิษ

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

ใช่ค่ะ สารพิษ เรานอนพักฟื้นที่รพ. ตั้งแต่คืนวันนั้น สภาพร่างกายไม่ดีเท่าไหร่ในคืนแรก แต่ที่แย่กว่าคือสภาพจิตใจตัวเอง เรานอนร้องไห้ตลอดเวลา แบบไม่สามารถห้ามตัวเองได้ มันไม่ใช่ร้องไห้เพราะเจ็บตัว

แต่ร้องไห้เพราะเจ็บใจ คุณฉีดน้ำมาจนเราล้มแล้ว เราหมอบแล้วคุณยังฉีดอีก ข้างหลังเราคือเด็กนร. อะ ม. ต้นด้วยซ้ำ คุณทำได้ยังไง ความเป็นคนมันไม่เหลืออยู่ในจิตใจพวกคุณแล้ว พวกเราไม่มีอะไรสู้เลย แค่เสื้อกันฝนกับร่มหนึ่งคัน แค่โล่คุณอันเดียวเดินมาชนเราก็กระเด็นแล้วจริงๆ คิดว่าพวกเราจะไปนองเลือดกับใครได้เหรอ

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

หลังจากวันนั้นมีหลายคนที่ขอโทษเราที่ไม่ได้อยู่ด้วย เราอยากบอกว่า ทุกคนอย่าโทษตัวเอง การไปม็อบของเรา เราเองย่อมรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร เราเองก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน ไม่มีใครผิด

ทุกคนอย่ากังวลแล้วไปสู้ตามทางของตัวเองต่อเลย ถ้าการเจ็บของเราครั้งนี้จะทำให้คนรอบตัวเราโกรธและพร้อมแตะมือไปสู้แทนเราต่อ เราจะถือว่ามันคุ้มและเราขอบคุณมากนะ

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

ส่วนใครที่โกรธที่เราเจ็บ เราก็เข้าใจมากๆ ในความเป็นห่วง แต่เราอยากถามหน่อยเดียว โกรธเราที่เราไปม็อบ โกรธเราที่เราบาดเจ็บ หรือโกรธคนที่มันทำร้ายเรา คุณโกรธใครมากกว่ากัน?

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

เราขอไม่สัญญาว่าเราจะไม่ไปอีก เพราะเรายืนยันมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปแล้วว่าเราไม่มีอะไรต้องกลัว เราจะทำเท่าที่เราไหว ทุกทางเท่าที่ทำได้ แต่ต้องเพิ่มความรอบคอบและระมัดระวังมากกว่านี้ เพื่อให้มีชีวิตอยู่ก่อน เราจะอยู่รอดูวันที่คนเป็นคนเท่ากัน และวันที่คนพวกนั้นเป็น “ประชาชน” เท่าเรา

ปล. เราได้ออกจากรพ. แล้วนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง อย่ากังวลใดๆ แล้วไปต่อเลย!”

สาวเล่านาที โดนฉีดน้ำจนล้มแล้วยังโดนฉีดซ้ำ

โพสต์ดังกล่าว

ที่มา: Vanichill Aiai, Khaosod