คดีพลิก หนุ่มปริศนา ที่ชาวบ้านกลัว แท้จริงไม่ใช่แก๊งลักเด็ก

ข่าว

กรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียน ตลอดจนชาวบ้านสันวิไล ต.แม่ตืน อ.ลี้ จ.ลำพูน พากันหวาดกลัวว่าจะมีแก๊งลักเด็กออกอาระวาด เพราะพบว่ามีชายรูปร่างผอม-หญิงรูปร่างท้วม ขับรถกระบะสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า จอดรถซื้อขนมและไอติมในร้านขายของชำภายในปั๊มน้ำมัน หน้าโรงเรียนสันวิไล แล้วขับรถตระเวนแจกขนมเด็กที่หน้าศูนย์เด็กเล็กที่เด็กเรียนพิเศษช่วงเลิกเรียน

คดีพลิก หนุ่มปริศนา ที่ชาวบ้านกลัว แท้จริงไม่ใช่แก๊งลักเด็ก

นอกจากนั้นยังขับรถเข้าไปในซอยหลังวัด แจกขนม-ถังสังฆทานที่มีขนมแจกให้เด็กด้วย ทำให้ชาวบ้านสงสัย ว่าตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แก๊งลักเด็กเอาขนมมาล่อ วันเดียวก่อเหตุ 2 ครั้งติด

คดีพลิก หนุ่มปริศนา ที่ชาวบ้านกลัว แท้จริงไม่ใช่แก๊งลักเด็ก

ภายหลังจากข่าวแพร่กระจายออกไปทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต่างหวาดผวากลัวบุตรหลานจะถูกแก๊งดังกล่าวที่เชื่อว่าเป็นแก๊งลักเด็กจะจับเด็กไป สร้างความเดือดร้อนไปทั่วอำเภอลี้ ทางตำรวจจึงได้ตรวจสอบอย่างละเอียดหวั่นจะเกิดเหตุร้ายขึ้นจริง

คดีพลิก หนุ่มปริศนา ที่ชาวบ้านกลัว แท้จริงไม่ใช่แก๊งลักเด็ก

ล่าสุดเมื่อเวลา 21.45 น.ที่ผ่านมา (30 ต.ค.) นางสาวศิริขวัญ วงษ์ต่อม อายุ 21 ปี ชาว อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.เสรี เตรียมวงค์ พนักงานสอบสวน สภ.ลี้ จ.ลำพูน พร้อมกับแจ้งว่ามายืนยันความบริสุทธิ์ใจ เพราะตนเองและสามีเป็นบุคคลในภาพพร้อมด้วยรถยนต์คันที่เป็นข่าว ไม่ใช่แก๊งลักเด็กและได้รับความเสียหาย หลังจากที่เห็นข่าวก็ตกใจจึงรีบเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

คดีพลิก หนุ่มปริศนา ที่ชาวบ้านกลัว แท้จริงไม่ใช่แก๊งลักเด็ก

น.ส.ศิริขวัญกล่าวว่า ตนมีอาชีพรับซื้อน้ำตาเทียนหรือเศษเทียนพรรษา จึงขับรถตระเวนไปตามวัดต่างๆ หลายจังหวัด เพื่อรับซื้อน้ำตาเทียนจากวัดไปขายต่อเพื่อนำไปหลอมเป็นผางประทีปและเทียนเล่มใหม่ โดยจะรับซื้อในราคากิโลกรัมละประมาณ 7 บาท แล้วนำไปขายต่อในราคากิโลกรัมละ 17 บาท บางวัดพระท่านก็ใจดีให้มาฟรี นอกจากนั้นบางช่วงก็มีอาชีพเสริมรับผลไม้ไปขายตามตลาดนัด

คดีพลิก หนุ่มปริศนา ที่ชาวบ้านกลัว แท้จริงไม่ใช่แก๊งลักเด็ก

“ทุกครั้งที่เดินทางไปไหน เราและสามีแม้จะอายุยังน้อย แต่ก็ชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะมีลูก 3 คน เห็นเด็กก็เอ็นดูสงสาร ยิ่งเด็กที่อยู่ตามชนบทรอบนอก ทุกครั้งก็จะซื้อขนมบ้างไอติมบ้าง ของเล่นบ้างแจกให้เด็กๆ ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้คิดอะไร ไม่คิดว่าจะมีคนเข้าใจผิดมากขนาดนี้ หลังจากนี้การช่วยเหลือเด็กก็ต้องคิดและระมัดระวังมากขึ้น ใจอยากทำบุญแท้ๆ แต่กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเสียอย่างนั้น”

คดีพลิก หนุ่มปริศนา ที่ชาวบ้านกลัว แท้จริงไม่ใช่แก๊งลักเด็ก

หลังจากนั้น น.ส.ศิริขวัญยังไปพบปะพูดคุยยกมือไหว้ขอโทษผู้ปกครองของเด็กที่ไปดักรอที่สถานีตำรวจเพื่อสอบถาม เพราะยังข้องใจเรื่องแจกขนมเด็ก หลังจากพูดคุยจนเป็นที่กระจ่างและเข้าใจกันแล้ว จึงเข้าพบพนักงานสอบสวนและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเรียกผู้ปกครองของเด็กมาพบ และพูดคุยทำความเข้าใจกันด้วยดี และมีการขอโทษขอโพยกันก่อนจะแยกย้ายไป

ที่มา: Mgronline