คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

ธรรมะ

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นพระเกจิอาจารย์ทางวิปัสสนาชื่อดัง ได้รับยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่งจากบรรดาศิษย์ผู้อยู่ใกล้ชิดท่าน ว่าเป็นอาจารย์วิปัสสนาชั้นเยี่ยมแห่งยุคสมัย

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

ท่านมีศิษยานุศิษย์และคนเคารพนับถือมากมายทั่วประเทศไทย รวมไปถึงในต่างประเทศ

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่นนอกจากจะมีหลักธรรมคำสอนชั้นสูงแล้ว ท่านมียังประวัติอันงดงามน่ายกย่อง นับเป็นอีกหนึ่งปูชนียบุคคลอันทรงคุณค่ายิ่งของสยามประเทศ สมกับการได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

บรรดาพระป่าสาย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต (ภูริทตฺโต) ส่วนมากให้ความสำคัญในการบริกรรมพระคาถาบทหนึ่ง คือ พระคาถาโมรปริตรหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระคาถาพญายูงทอง”

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

พระคาถาพญายูงทอง

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

สำหรับความศักดิ์สิทธิ์ของคาถานี้นั้น เป็นคาถาที่ปรากฏในตำนานโมรปริตร (อุเทตะยัญจักขุมา) ซึ่งเป็นนิทานชาดก โดยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น “พญานกยูงทอง”

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

พญายูงทอง

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

โดยคาถานี้เป็นคาถาที่ปรากฏอยู่บนหลังเหรียญเกือบทุกรุ่นของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร โดยหัวใจของคาถาบทนี้คือ “นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา”

อันมีความหมายว่า “ความนอบน้อมของข้าฯ จงมีแต่ผู้วิมุตแล้วทั้งหลาย ความนอบน้อมของข้าฯ จงมีแต่วิมุตตฺธรรม”

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

พระคาถาพญายูงทอง

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๗ คณะเสรีไทยได้เข้าไปตั้งค่ายที่บ้านหนองผือ จังหวัดสกลนคร เพื่อฝึกฝนประชาชนชายหนุ่มให้ไปเป็นกองกำลังทหารต่อสู้ขับไล่ทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้น

เป็นธรรมดาสัญชาตญาณของคนเราที่เมื่อตกอยู่ในภาวะเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะทำให้ต้องแสวงหาสิ่งพึ่งพิงทางใจในยามคับขัน ฉะนั้นจึงมีชาวบ้านพากันไปขอของดีจากพระอาจารย์มั่นที่วัด

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

ส่วนมากจะได้เป็นแผ่นผ้าลงอักขรคาถาด้วยยันต์ บางคนโชคดีหน่อยก็ได้ตะกรุดแผ่นทอง

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

ต่อมาไม่นาน หลวงปู่มั่น คงเห็นว่าชักจะมากไปจนเกินเลย จึงบอกให้เลิก ท่านบอกว่า สงครามจะสงบแล้ว ไม่ต้องเอาก็ได้ พวกตะกรุดยันต์ ผ้ายันต์ เหล่านั้นมันเป็นของภายนอก

สู้เอาคาถาบทนี้ไปบริกรรมแนบกับใจไม่ได้ ให้บริกรรมทุกเช้าค่ำจนขึ้นใจ แล้วจะปลอดภัย อันตรายต่างๆ จะไม่มากล้ำกรายตัวเราได้เลย

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

คาถาบทนั้นว่าดังนี้

“นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” ฯลฯ

(เป็นบทสวดส่วนหนึ่งของบทสวด “โมระปะริตตัง” หรือ “คาถายูงทอง”)

ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านหนองผือเลยไม่กล้าขอท่านอีก และเป็นความจริงตามที่ท่านพระอาจารย์มั่นพูด ยังไม่ถึง ๗ วันก็ได้ทราบข่าวว่า เครื่องบินทหารอเมริกันบินไปทิ้งระเบิดปรมาณูใส่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นย่อยยับ

จนในที่สุดประเทศญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม และสงครามในครั้งนั้นก็สงบจบสิ้นลง ดังที่พวกเราท่านทั้งหลายได้รู้จักกันแล้วในหน้าประวัติศาสตร์นั้นแล

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

คาถาพญานกยูงทอง สุดยอดคาถาของหลวงปู่มั่น

พระคาถานกยูงทอง โมระปริตร (พระคาถาแคล้วคลาด)
โมระปริตร ว่าด้วยพระคาถาของนกยูงทอง (พระคาถาแคล้วคลาด)

“ผู้ใดได้เจริญโมรปริตรทุกค่ำเช้าแล้วจะนิรันตราย ไม่ตายโหงด้วยอาการอันทุเรศต่างๆ ถึงซึ่งความสุขความเจริญทั้งปวง”

๑. อุเทตะยัญจักขุมา เอกราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง

๒. เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง มะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา

๓ . อะเปตะยัญจักขุมา เอกราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง

๔ . เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง มะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ

คำแปล โมระปริตร ว่าด้วยพระคาถาของนกยูงทอง (พระคาถาแคล้วคลาด)

๑. พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชา มีสีดั่งสีทอง
ยังพื้นปฐพีให้สว่างอุทัยขึ้นมา เพราะเหตุนั้น
ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้นซึ่งมีสีดั่งสีทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านปกครองแล้วในวันนี้
พึงอยู่เป็นสุขตลอดวัน

๒. พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้าฯ
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาข้าพเจ้า
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่ผู้พ้นแล้วทั้งหลาย
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม
นกยูงนั้นได้กระทำพระปริตรบทนี้แล้ว จึงเที่ยวไปเพื่อแสวงหาอาหาร

๓ . พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก ป็นเอกราชา มีสีดั่งสีทอง
ยังพื้นปฐพีให้สว่าง ย่อมอัสดงคตไป เพราะเหตุนั้น
ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้นซึ่งมีสีดั่งสีทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านปกครองแล้วในวันนี้
พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืน

๔ . พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้าพเจ้า
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาข้าพเจ้า
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่ผู้พ้นแล้วทั้งหลาย
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม

ชมคลิป

เรียบเรียงโดย: ThaiNews4U