“ครู” ยอมเซ็นค้ำกู้กยศ. เพราะเห็นแก่อนาคต “ลูกศิษย์” สุดท้ายถูกยึดบ้าน-ที่ดิน

ข่าว

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.63 ได้รับการเปิดเผยจาก คุณครูวันดี จินา อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 174/2 หมู่ที่ 2 ต.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช อดีตข้าราชการครูโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในอำเภอฉวาง ซึ่งเป็นผู้เซ็นค้ำประกันเงินกู้ กยศ. ให้ นายศราวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี อดีตลูกศิษย์

แต่ผ่านมากว่า 20 ปี นายศราวุฒิ ลูกศิษย์และครอบครัวกลับไม่รับผิดชอบหนี้เงินกู้ กยศ. บริษัทเศรษฐคณา จำกัด ผู้รับมอบอำนาจจากกองทุน กยศ. ผู้รับมอบอำนาจจากกองทุน กยศ. ได้ยื่นฟ้องนางวันดี ในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้ กยศ. ให้นายศราวุฒิ ต่อศาลจังหวัดทุ่งสงตามคดีหมายเลขดำที่ 1747/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2096/2551 จนศาลสั่งยึดทรัพย์บ้านและที่ดินซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนางวันดีและสามีในปัจจุบัน

คุณครูวันดี จินา

โดยนางวันดีกล่าวว่าในช่วงในปี 2540 นโยบายเงินกู้เงิน กยศ. เพิ่งเริ่มดำเนินการใหม่ๆ นายศราวุฒิเรียนในระดับมัธยมปลายต้องการกู้เงินแค่ 8,000 บาทเศษเท่านั้น ตนเห็นแก่อนาคตของลูกศิษย์จึงเซ็นค้ำประกันเงินกู้จำนวนดังกล่าวให้ จนกระทั่งตนเกษียณอายุราชการมาหลายปี ทางกองทุน กยศ. ได้ส่งเอกสารทวงหนี้มาถึงตน เพราะนายศราวุฒิลูกศิษย์ในฐานะผู้กู้ไม่ได้จ่ายหนี้เงินกู้กยศ.เลย

กยศ.

ที่สำคัญตนเซ็นคำประกันให้แค่ 8,000 บาทในช่วงเรียนมัธยมปลายเท่านั้น แต่นายศราวุฒิกลับนำหลักฐานเดิมไปกู้เงิน กยศ. ต่อเนื่องในการเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนมียอดเงินต้นกว่า 80,000 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายอดเงินกู้เป็นเงินต้นสูงถึง 86,490 บาท ดอกเบี้ย 12,574.98 บาท เบี้ยปรับ 75,058.03 บาท รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 174,123.01 บาท

ครูเซ็นค้ำกู้กยศ. ให้ลูกศิษย์ สุดท้ายถูกยึดบ้าน-ที่ดิน

ตนจึงไปทวงถามกับพ่อแม่ของนายศราวุฒิ ซึ่งพ่อแม่ของนายศราวุฒิก็ยืนยันว่า เขาพร้อมรับผิดชอบเองทั้งหมด คุณครูไม่ต้องเป็นห่วง หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยโดยตนได้พาพ่อแม่ของนายศราวุฒิไปพบเจ้าหน้าที่ซึ่งตนคิดว่าพ้นภาระการรับผิดชอบจากตนไปแล้ว

คุณครูวันดี จินา

แต่อยู่มาเมื่อเดือน พ.ย.2561 ตนได้รับหนังสือสำนักงานบังคับคดีนครศรีธรรมราชสาขาทุ่งสง ลงวันที่ 11 ก.ย. 2561 ให้บังคับคดีตามยึดทรัพย์จำเลยที่ 1-3 และบัดนี้ได้ยึดบ้านสิ่งปลูกสร้างของตนในฐานะที่ตนเป็นจำเลยที่ 2 คือที่ดินน.ส.3ก.ที่ดินเลขที่ 4022 เลขที่ดิน 317 ต.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านและที่ดินที่ตนและสามีอยู่อาศัย และเมื่อวันที่ 21 พ.ย.2561 ตนแจ้งได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.ฉวางจ.นครศรีธรรมราช ไว้เป็นหลักฐานเนื่องจากราคาบ้านและที่ดินที่ถูดยึดทรัพย์มีมูลค่ามากกว่าหนี้สินที่ตนค้ำประกัน โดยมียอดหนี้ที่ต้องจ่าย 149,904.02บาท

ครูเซ็นค้ำกู้กยศ. ให้ลูกศิษย์ สุดท้ายถูกยึดบ้าน-ที่ดิน

ซึ่งต่อมาในวันที่ 12 พ.ย.2561 ตนขอไกล่เกลี่ยผ่อนจ่ายมีกำหนด 24 เดือนชำระงวดแรกวันที่ 5ธ.ค. 2561 และหากไม่จ่ายให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดภายในเดือนพ.ย.2563 ถือว่าข้อตกลงเป็นอันยกเลิกและจะยินยอมให้ กยศ. บังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป

บันทึกข้อตกลงไกล่เกลี่ยข้อพิพาทขั้นบังคับคดี

ร้องทุกข์

นางวันดีกล่าวว่า ตนพยายามจะไปวิงวอนขอร้องนายศราวุฒิและพ่อแม่นายศราวุฒิให้มาช่วยเหลืดตนบ้าง อย่ามาทิ้งภาระทั้งหมดให้กับครูเลย ครูไม่ได้มีส่วนได้เสียกับเงินกู้แม้แต่สตางค์แดงเดียว ขอให้สงสารครูด้วย ครูและสามีก็มีอายุมากแล้ว ตอนนี้ก็ต้องทำขนมขายตามตลาดนัดบ้าง เพื่อหารายได้เสริมมาปลดหนี้ จึงวิงวอนลูกศิษย์คนนี้ช่วยหาเงินมาจ่ายหนี้หนี้เงินกู้กศย.ที่เหลือด้วยเถิด นางวันดีกล่าวอย่างน่าสงสาร

คุณครูวันดี จินา

โดยหลังจากที่ข่าวแพร่ออกไป ปรากฏว่าได้มีบรรดาลูกศิษย์ที่ครูวันดีเคยสอน จำนวนมากมาเยี่ยมครูวันดีที่บ้าน รวมทั้งโทรศัพท์มาติดต่อสอบถามให้กำลังใจ ก่อนจะรวมตัวกันรวบรวมเงินจำนวนกว่า 70,000 บาทที่ยังต้องจ่ายหนี้ กยศ.แทนนายนายศราวุฒิ แต่คุณครูวันดี และนายวราพงษ์ จินา อายุ 80 ปี สามีรวมทั้งลูกๆ ของครูวันดีประกาศไม่ยอมรับเงินช่วยเหลือจากคณะศิษย์ เพราะแม้จะมีความเดือดร้อน ยากลำบากแต่ไม่ถึงกับอดอยากสิ้นไร้ไม้ตอก เพียงแต่ต้องการให้นายศราวุฒ และพ่อแม่ ซึ่งเป็นผู้กู้โดยตรงมีจิตสำนึกในการรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำบ้าง ไม่ใช่ทิ้งภาระให้คนอื่นในขณะที่ตัวเองและครอบครัวอยู่กันอย่างสุขสบาย

นางวันดี จินา กล่าวว่า ครูรู้สึกตื้นตันน้ำตาไหลที่มีคณะลูกศิษย์ที่ครูเคยอบรบสั่งสอนประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ สมัยที่ยังรับราชการครูแห่มาเยี่ยมให้กำลังใจและต้องการช่วยเหลือเรื่องการเงินจ่ายหนี้ กยศ.ของนายศราวุฒิ ที่เหลือกว่า 70,000 บาทแทนครู แต่ครูรับไม่ได้ และไม่ขอรับเงินจากคณะลูกศิษย์ ครูไปร้องสื่อมวลชนเพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์แก่ครูทั้งหลาย รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่หลงเชื่อไปค้ำประกันเงินกู้ให้ผู้อื่น โดยเฉพาะเงินกู้ กยศ. ในที่สุดหากศิษย์และพ่อแม่ ผู้ปกครองเขาไม่รับผิดชอบเคราะห์กรรมจะตกกับตัวเอง

คุณครูวันดี จินา

ครูไม่เคยสั่งสอนวิชาเบี้ยววิชาโกงให้กับนายศราวุฒิ และลูกศิษย์ทุกคน ครูอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดีของสังคม อย่าสร้างปัญหาและความเดือนร้อนให้สังคมหรือผู้อื่น ๆ ครูเซ็นค้ำประกันเงินกู้ กยศ.ให้ลูกศิษย์หลายสิบคน เท่าที่ติดตามลูกศิษย์ครูส่วนใหญ่ประพฤติตัวเป็นคนดีตามที่ครูสั่งสอนและจ่ายหนี้ กยศ.จนครบถ้วนทุกคนไม่มีใครเบี้ยวหรือโกงหนี้ มีเพียงนายศราวุฒิ คนเดียวที่โกงหนี้ปล่อยให้ครูรับภาระมาตลอด แม้ครูจะเกษียณอายุราชการมากว่า 17 ปี ยังต้องอดทนตรากตรำหาเงินมาจ่ายหนี้เงินกู้ กยศ.แทน

ในขณะที่ตัวเองและครอบครัวอยู่อย่างสุขสบาย มีบ้าน มีร้านค้า มีรถยนต์ 2 คันขับขี่เชิดหน้าชูตาในสังคม ครูไม่รู้ว่าจะมีชีวิตต่อไปอีกกี่ปี่ ในบั้นปลายชีวิตจึงอยากแสดงบทบาทคนูสอนนายศราวุฒิ ลูกศิษย์คนนี้อีกสักครั้งเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ขอให้หยุดพฤติกรรมขี้โกงเสีย” และขอให้กลับตัวเป็นคนดี นายศราวุฒิ จะทำตามหรือไม่ก็ตาม แต่ครูคงไม่มีเวลาที่จะอบรบสั่งสอนอีกแล้ว นี่เป็นคำสั่งสอนครั้งสุดท้ายของครู” ครูวันดีกล่าว

คุณครูวันดี จินา

นอกจากนี้ มีรายงานว่าในโลกออนไลน์บรรดาลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นดุด่า ประณามนายศราวุฒิ และพ่อแม่ อย่างรุนแรงที่เบี้ยวหนี้ กยศ. ปล่อยให้เป็นภาระของคุณครูวันดี จนศาลพิพากษายึดทรัพย์บ้านและที่ดินของครูวันดี และเรียกร้องให้นายศราวุฒิ และพ่อแม่นำเงินมาจ่ายหนี้ กยศ. ให้ครูวันดีทั้งหมดตามคำพิพากษา ในขณะที่นายศราวุฒิ ยังนิ่งเงียบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ มีเพียงพ่อของนายศราวุฒิ ที่พยายามออกมาตอบโต้อ้างว่าตนเองไม่รู้เรื่องว่าศาลพิพากษายึดทรัพย์ครูวันดี

"ครู" ยอมเซ็นค้ำกู้กยศ. เพราะเห็นแก่อนาคต "ลูกศิษย์" สุดท้ายถูกยึดบ้าน-ที่ดิน

โดยมีลูกชายของครูวันดี และลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเข้ามาแสดงความคิดเห็นตอบโต้ในทำนองว่าก่อนศาลพิพากษาครูวันดีเคยไปหาพ่อแม่นายศราวุฒิ หลายครั้ง ทุกครั้งต่างยืนยันจะรับผิดชอบ และหลังศาลพิพากษาเมื่อเกือบ 2 ปีมาแล้ว นายสราวุฒิ และพ่อแม่ ก็รับรู้และพยายามจะหลบหนีไม่พบหน้าและยังพูดจาไม่ดีกับครูวันดีกลางตลาดนัด ในขณะที่ครูวันดีไปขายผักหารายได้เก็บไว้จ่ายหนี้ กยศ.ให้นายศราวุฒิ อีกด้วย ดังนั้นการที่พ่อนายศราวุฒิ ออกมาระบุว่าไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนจึงเป็นการแถแก้ตัวอย่างหน้าด้านๆ ทำให้กระแสการแสดงความคิดเห็นประณามนายสราวุฒิ และครอบครัวเพิ่มมากขึ้น จนในที่สุดพ่อของนายศราวุฒิ ต้องลบโพสต์ดังกล่าวออกไป

ที่มา: คมชัดลึก